การเมืองดี เศรษฐกิจคึกคัก

ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งจะเป็นไปในทิศทางใดนั้นขึ้นอยู่กับระบอบการปกครองของประเทศนั้นด้วยเพราะระบอบการปกครองส่งผลต่อกลไกการตลาด หลายคนอาจยังมองภาพไม่ชัดว่าระบอบการปกครองนั้นจะส่งผลกับเศรษฐกิจของชาติอย่างไรได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณอยู่ในประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบที่เรียกว่า “ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยม” โดยการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ได้คำนึงถึงกลไกของตลาดหรือความต้องการของผู้บริโภค เพราะการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์นั้นถูกปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ รัฐบาลถูกแต่งตั้งโดยพรรค ประชาชนไม่มีสิทธิมีเสียงในการเลือกตั้งรัฐบาลและสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นจะถูกกำหนดโดยรัฐบาลทำให้ประชาชนไม่มีแรงจูงใจในการประกอบธุรกิจ

Cr. Freepik.com

              สำหรับประเทศไทยนั้นการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจเป็นแบบผสมแต่ค่อนข้างไปทางทุนนิยม การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและราคาของสินค้าก็ถูกกำหนดโดยกลไกของตลาด ทำให้เมื่อสินค้าใดมีความต้องการมากก็จะผลิตออกมามากและมีราคาใกล้เคียงกันแต่หากมีสินค้าใดขาดตลาดก็จะทำให้สินค้าชนิดนั้นราคาสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้รัฐบาลจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ยกตัวอย่างเช่น โครงการจำนำข้าวที่ช่วยรับซื้อข้าวในราคาสูงเพื่อช่วยชาวนา เป็นต้น เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นรัฐบาลไทยมีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยออกนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่อยู่เป็นระยะ รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความสามารถทัดเทียมสากลด้วยการจัดโครงการส่งเสริมความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการอยู่เสมอ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ารัฐบาลมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

Cr. Freepik.com

              จะเห็นได้ว่าเมื่อใดที่เข้าสู่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งนโยบายที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคที่ลงสมัครเลือกตั้งจะได้รับความสนใจและนำมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางรวมถึงนำไปสู่การถกเถียงว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ซึ่งนโยบายเหล่านี้มีผลอย่างมากในการตัดสินใจเลือกผู้แทนเข้าไปบริหารประเทศเพราะถ้าเลือกรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน การเมืองดีเศรษฐกิจก็คึกคักไปด้วย ผู้ประกอบการรายใหญ่รายย่อยได้รับผลกำไรจากกิจการ พนักงานบริษัททั้งหลายก็ได้รับโบนัสกระเป๋าตุง

Cr. Ohm.go.th

              นอกจากนี้ปรัชญาทางด้านเศรษฐกิจ “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงตรัสไว้ “…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นอันพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด…” ได้ถูกนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยด้วยเพื่อมุ่งมั่นสู่การพัฒนาที่ สมดุล ยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันด้วย