รูปแบบและรายละเอียดข้อสอบ ielts

รูปแบบและรายละเอียดข้อสอบ ielts

การสอบไอเอล แบบทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษระดับสากลที่ได้รับการยอมรับกว่า สถาบันและองค์กรต่างๆกว่า 10,000 แห่งทั่วโลก เป็นการสอบและเรียนไอเอลเพื่อใช้สำหรับศึกษาและทำงานในสถาบันต่างๆที่มีการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก โดยรูปแบบของการสอบ ielts จะครอบคลุมความสามารถและทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด โดยรายละเอียดการสอบทั้ง 4 ทักษะจะแบ่งออกเป็นดังไปนี้

 

การสอบ ielts

1.ทักษะด้านการฟัง (Listening)

เป็นการสอบไอเอลที่ผู้สอบจะต้องฟังเนื้อหาจากเครื่องเล่นเสียงที่ ที่จะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวบทสนทนา เรื่องทั่วไป เรื่องที่เกี่ยวกับการเรียน การทำงาน โดยข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ทั้งหมด 40 ข้อ มีระยะเวลาในการสอบ 30 นาที ซึ่งจะมีการให้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะมีเวลาในการทำข้อสอบ อ่านคำถามและเขียนคำตอบลงไป และมีเวลาเพิ่มอีก 10 นาทีในช่วงท้ายสำหรับการคัดลอกคำตอบจากสมุดข้อสอบและตรวจสอบความถูกต้อง

 

2.ทักษะด้านการอ่าน (Reading)

การสอบ ielts ด้านการอ่านที่จะเนื้อเรื่องมาให้อ่านทั้งหมด 3 บทความ แบ่งเป็น 3 ส่วนพร้อมกับคำถามต่างๆ โดยเนื้อหาของบทความจะเป็นเรื่องทั่วๆไปจากหนังสือพิมพ์ หนังสือเรียนและนิตยสารต่างๆ มีระยะเวลาในการสอบทั้งหมด  60 นาที ข้อสอบทั้งหมด 40 ข้อ เพราะฉะนั้นผู้สอบจะต้องแบ่งเวลาในการสอบแต่ละข้อให้ดีๆ

 

3.ทักษะด้านการเขียน (Writing)

การสอบไอเอลด้านการเขียน ใช้เวลาในการสอบ 60 นาที โดยจะมีโจทย์ทั้งหมด 2 ข้อ ในข้อแรกนั้นจะต้องเรียนเป็นเชิงอธิบายข้อมูล การเปรียบเทียบของข้อมูลต่างๆ ที่ได้ให้มาในรูปแบบของแผนผัง ตาราง  จะต้องเขียนให้ได้อย่างน้อย 150 คำ ส่วนข้อ 2 จะเป็นการเขียนรายงานหรือแนวเรียงความวิชาการ ในเชิงการแสดงความคิดเห็น การวิเคราะห์แก้ไขปัญหา อย่างน้อย 250 คำ

 

4.ทักษะด้านการพูด (Speaking)

การสอบ ielts ด้านการพูดนั้นจะแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ส่วน ในระยะเวลาในการสอบทั้งหมด 12 – 15นาที โดยในส่วนแรกจะเป็นการพูดคุยถึงเรื่องทั่วไป ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน งานอดิเรก อาหารการกิน ในส่วนที่ 2 นั้นทางกรรมการจะมีหนังสือให้อ่านและให้เตรียมตัว 1 นาที และจะมีบัตรคำถามมาให้เราพูดอธิบายคนเดียวประมาณ 2 – 3 นาที และการสอบส่วนที่ 3 จะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อในส่วนที่ 2 กับกรรมการที่เราสามารถโต้แย้งและแสดงความคิดเห็นออกมาได้

 

และนี่ก็เป็นข้อควรรู้และรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับข้อสอบ Ielts (www.ielts.idp.co.th)  ที่จะเป็นแนวทางในการเรียนไอเอลและเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้สอบจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในการทดสอบไอเอลแต่ละด้าน เนื่องจากเป็นการสอบต่อเนื่องและติดต่อกันภายในวันเดียว อีกทั้งยังมีระยะเวลาที่จำกัดอีกด้วย

ทำความรู้จักกับ 3 ผู้นำอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดในโลก

 

อายุน้อย ไม่ใช่อุปสรรคต่อความเป็นผู้นำอีกต่อไป

ในช่วงปีที่ผ่านมาหลายคนอาจรู้สึกฮือฮาเมื่อได้ยินข่าวการเมืองต่างประเทศ ว่าด้วยการรับตำแหน่งผู้นำประเทศของนักการเมืองคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ แต่ถึงจะอายุน้อย ประวัติและความสามารถของพวกเขาเหล่านี้กลับน่าสนใจและยิ่งทำให้แต่ละรายกลายเป็นที่จับตามองในเวทีการเมืองโลก สวนกระแสกับการเมืองยุคเก่าที่เรามักจะพบแต่คนแก่มีอายุ เพราะฉะนั้นวันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับ 3 ผู้นำประเทศที่อายุน้อยและน่าจับตามองที่สุดในโลกกันดีกว่าครับ

  1. เซบาสเตียน คูร์ซ

เซบาสเตียน คูร์ซ คือหนึ่งในนักการเมืองอายุน้อยที่น่าจับตาที่สุดในปัจจุบัน ด้วยบุคลิกหน้าตาที่ดูภูมิฐานแต่เฉียบขาด ทำให้เขาเป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์น่าจดจำที่สุดคนหนึ่ง เซบาสเตียนเกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.1986 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมจีอาร์จี เออร์กลาส และเข้ารับราชการทหารในกองทัพออสเตรียเมื่อค.ศ.2004-2005 จากนั้นจึงได้เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวียนนา

สำหรับประวัติในวงการการเมือง เซบาสเตียนเริ่มเล่นการเมืองจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคเจวีพีในค.ศ.2003 เขาทำผลงานได้โดดเด่น เป้นที่ยอมรับทั้งจากสมาชิกพรรคและคนภายนอก จนกระทั่งได้คะแนนโหวตถึงร้อยละ 99 สำหรับการเลือกหัวหน้าพรรคในปีค.ศ.2009 จนกระทั่งวันที่ 29 กันยายน ค.ศ.2013 เซบาสเตียนได้รับการเลือกตั้งให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ประจำประเทศออสเตรีย ซึ่งผลโหวตจบลงที่คะแนนชนะอย่างท่วมท้นถึง 35,700 คะแนน ทำให้เขาได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น จนกระทั่งล่าสุดเซบาสเตียนได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรียที่ได้ชื่อว่าอายุน้อยที่สุด ด้วยการชนะคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งมากถึงร้อยละ 31 โดยเขาเข้ารับตำแหน่งในวัยเพียง 31 ปี

  1. เอ็มมานูเอล มาครง

มาครงกลายเป็นที่รู้จักของชาวไทยจากข่าวสุดฮือฮาในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งประเทศฝรั่งเศสในวัย 39 ปี นับเป็นผู้นำชาติฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนชาตินี้ มาครงเป็นคนหนุ่มไฟแรงในเวทีการเมือง ด้วยผลงานและการปฏิบัติหน้าที่อันโดดเด่นรวมถึงอุดมการณ์แรงกล้าทำให้เขากลายมาเป็นประธานาธิบดีในที่สุด

มาครงจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนชั้นสูงในแวดวงสังคมฝรั่งเศสชื่อโรงเรียนอ็องรีที่ 4 จากนั้นเขาได้เลือกเรียนปรัชญาที่มหาวิทยาลัยปารีส และศึกษาต่อที่สถาบันซีอองซ์-โป ซึ่งเป็นสถาบันการปกครองชั้นสูงของฝรั่งเศส มาครงเริ่มต้นเส้นทางสายการเมืองในปีค.ศ. 2012 เมื่อเขาได้การรับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ แต่เขาก็ได้ลาออกในปีค.ศ.2015 และตั้งตัวเป็นผู้สมัครอิสระเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส หลังจากหาเสียงและประกาศนโยบายต่างๆ ท่ามกลางแรงกดดัน เมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งในปีค.ศ.2016 มาครงก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศสในที่สุด ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของประธานาธิบดีอายุน้อยไฟแรงคนนี้

  1. จัสติน ทรูโด

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดเป็นอีกหนึ่งชื่อที่หลายคนอาจเคยได้ยิน เขาเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศแคนาดาที่เป็นที่จับตามองของแวดวงผู้นำของโลก ด้วยบุคลิกเรียบง่าย หน้าตาที่โดดเด่น และทัศนคติการทำงานไฟแรงตามประสาคนหนุ่มทำให้ทรูโดกลายเป็นนักการเมืองอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดไปอีกราย

ทรูโดเกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ในเมืองออตตาวา ประเทศแคนนาดา เมืองที่ได้ชื่อว่ามีสภาพแวดล้อมดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงการศึกษาที่มีคุณภาพดีเป็นอันดับหนึ่ง ทรูโดเรียนวิทยาลัยที่ที่สถาบันชองต์ เดอร์ เบรเบอร์ จากนั้นเขาจึงศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษจากมหาวิทยาลัยแม็กเกิลและได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย

เขาเริ่มต้นเส้นทางสายนักการเมืองในปีพ.ศ.2551 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีเงามาอย่างต่อเนื่อง และได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ. 2556 จนกระทั่งคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสหพันธรัฐปีพ.ศ.2558 ในที่สุด