เศรษฐกิจโลก 2018

เศรษฐกิจโลก 2018

การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกอยู่เสมอนั้นจะช่วยทำให้เราสามารถเรียนรู้และวางแผนในการใช้ชีวิต การทำธุรกิจและการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดนปี 2018 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่ดีมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงการลงทุนในหุ้นด้วย ซึ่งถึงแม้จะไม่มากนักแต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ดังนั้นเราไปดูกันเถอะว่าเศรษฐกิจโลกปี 2018 เป็นอย่างไร มีอะไรที่กำลังไปได้ด้วยดีและอะไรที่ควรระวัง

1.การค้าโลกสดใส

ประเทศจีนมีส่วนทั้งในทางตรงและทางอ้อมของการเจริญเติบโตทางการค้าของโลกในช่วงปี 2016  จนถึงต้นปี 2017 ราวๆ 70 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีสัญญาณว่าภูมิภาคต่างๆและในหลายประเทศนั่นมีสัดส่วนในการสนับสนุนการเติบโตทางการค้าโลกที่สูงนี้ ในปีนี้ตลาดการส่งออกของประเทศเยอรมนีไปยังประเทศที่มีการใช้เงินสกุลยูโร รวมไปถึงประเทศยุโรปอื่นๆทจะสูงขึ้น ส่วนด้านการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ในแถบเอเชียจะมีอัตราที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรกของ 2018 โดยสิ่งนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าถึงแม้ประเทศจีนจะมีการเติบโตด้านเศรษฐกิจและการนำเข้าที่มีอัตราลดลง แต่นั่นก็ไม่ส่งผลให้ตลาดการค้าโลกชะงักหรือชะลอตัวมากนัก โดยได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในปี การค้าโลกจะเติบโตในปีหน้าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4.4 เปอร์เซ็นต์ โดยจะลดลงจากปีนี้ 5 เปอร์เซ็นต์

 เศรษฐกิจโลก 2018 2

2.อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

ถึงแม้ว่าตามปกติแล้ว อัตราการขยายตัวของเงินเฟ้อจะขึ้นอยู่เศรษฐกิจโลก แต่ในปี 2018 แนวโน้มของการอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบคือ ค่าจ้างที่ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นสูงมากนัก ถึงแม้ว่าอัตราการจ้างงาน ค่าจ้างในหลายๆประเทศจะเพิ่มขึ้นสูงระดับก่อนวิกฤตการเงินแล้วก็ตาม แต่สัดส่วนของคนทำงานที่มีสภาพการจ้างงานแบบไม่เต็มเวลา หรือชั่วคราวมีจำนวนเพิ่มขึ้นในขณะที่จำนวนชั่วโมงทำงานลดลง รวมไปถึงผลิตภาพที่อยู่นระดับต่ำ อันเป็นเหตุผลที่ทำให้การขยายตัวของค่าจ้างลดลง มีการตัดลงค่าใช้จ่ายต่างๆในหลายประเทศทั่วยุโรป จึงส่งผลให้เกิดการขยายตัวของค่าจ้างจากภาครัฐ ที่อยู่ในระดับต่ำ

เพราะฉะนั้นทางธนาคารกลางของแต่ละประเทศ จึงได้มีลดหย่อนความเข้มงวดขอนโยบายด้านการเงิน พร้อมทั้งระวังถึงเรื่องการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะต้องกันไม่ให้เกิดอัตราอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นมากและอย่างต่อเนื่อง

 

เศรษฐกิจโลก 2018 3

3.ประเทศตลาดเกิดใหม่ไปได้สวย

สำหรับในปีนี้ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังคงมีเศรษฐกิจที่สดใสและคึกคักมายิ่งขึ้น จะได้รับผลดีจากการค้าและตลาดโลก ที่กำลังฟื้นตัวและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็มีการอ่อนค่าลง อีกทั้งยังอัตราผลตอบแทนทางพันธบัตรของรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ในระดับที่ต่ำ  เพราะปัจจัยที่เป็นไปแนวโน้มที่ดีของสิ่งเหล่านี้จึงทำให้ตลาดเกิดใหม่มีความสดใส แต่ทั้งนี้ก็จะเกิดขอบเขตในการลงทุนด้านการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์รวมไปถึงสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆที่เชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น และนี่เองทำให้เกิดผลดีต่อราคาสินค้าและการอัตราการเติบโตของการตลาดโลกในวงกว้างด้วย

เรียกได้ว่า  เศรษฐกิจโลกในปี 2018 มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของแต่ละประเทศทั่วโลก ที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาหรือพัฒนาแล้วก็ตามจะกลับมาฟื้นตัวอย่างอย่างสดใสและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่านี่เป็นปรากฏการณ์ที่ดีหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

โดนทางประเทศสหรัฐอเมริการ ได้มีการพบว่าการจ้างงานจะมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายของแต่ละประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยหนุนให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวอีกด้วย แต่ทั้งนี้ภาวะเงินเฟ้อก็ยังคงขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆ แต่ก็อยู่ในระดับ สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งเลยก็คื “Tax Reform” หรือ “มาตรการการลดภาษี” พร้อมทั้งพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยของทางธนาคารกลางในต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางแถบยุโรปนั้น ได้มีการคาดการณ์ว่าตลาดจะเริ่มปรับโครงการและขยายตัวทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นกว่าปี 2017 ส่งผลให้ ECB เตรียมยุติมาตรการ QE ในปีนี้ หลังจากที่มีเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ส่วนของทางประเทศจีนก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าแรงหนุนในการส่งเศรษฐกิจจะเริ่มชะลอตัวลงโดยอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น โดยการชะลอตัวนี้เป็นการเน้นความเสถียรภาพทางด้านการค้า เศรษฐกิจและการขยายตัวของเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นหนักพร้อมทั้งลดอัตราการผลิตที่ล้นเกินไปเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ส่วนเศรฐกิจของเอเชียจะมีการขยายที่ดีมากยิ่งขึ้นจากการที่เศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวที่ดีมากในครึ่งปีแรกของ 2018 โดยทางพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศจีนนั้นชี้ให้เห็นถึงทิศทางของการเงินและเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและคุณภาพ พร้อมทั้งมีพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

เรียกได้ว่าในปี 2018 นี้ เศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัวที่ดี ส่งผลให้ทิศทางเงินเฟ้อเริ่มกลับมาฟื้นตัว ธนาคารกลางเตรียมลดการกระตุ้นเศรษฐกิจลง และนี่จะส่งให้เกิดการผันผวนในตลาดการเงินเป็นระยะๆ ดังนี้ นักลงทุน นักธุรกิจจะต้องมีคอยติดตามพร้อมทั้งวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดและใกล้ชิด  เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีของการลงทุน

5 เทคนิคการตีโจทย์ทำข้อสอบ IELTS

  1. อ่านข้อสอบให้เร็ว ในการสอบ IELTS พยายยามอ่านและจับใจความสำคัญแต่ละบทและแต่ละย่อหน้า อย่าอ่านรายละเอียดทั้งหมดที่เป็นคำอธิบายเสริมไม่สนใจคำที่ไม่คุ้นเคยใด ๆ ในขั้นตอนนี้
  1. มองหาคำสำคัญ โดยเฉพาะคำบ่งบอกเหตุการณ์ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่อที่จะเดาเหตการณ์ เนื้อเรื่อง ได้รวดเร็วขึ้น ทำข้อสอบ IELTS ได้เร็วขึ้น

5 เทคนิคการตีโจทย์ทำข้อสอบ IELTS

  1. ดูคำบริบทโดยรวม มองหาความหมายที่คล้ายคลึงกัน สัมพันธ์กับคำถาม เพื่อที่จะเข้าถึงคำตอบได้รวดเร็ว ถูกต้อง
  1. เดาความหมาย คุณจะพบโมดูลการเรียนรู้ของการอ่านข้อสอบ IELTS ที่ง่ายขึ้นถ้าคุณรู้จักความหมายจากรากคำศัพท์ ทั้งคำที่มีความหมายเหมือน ความหมายตรงกันข้าม
  1. ใช้เวลาให้เหมาะสมกับคำถามแต่ละข้อ คำถามบางอย่างอาจเป็นเรื่องยากมากดังนั้นคุณควรให้ความสำคัญกับคำถามที่ง่ายที่สุดสำหรับคุณในการตอบ การทำข้อสอบ  IELTS  แต่ละข้อควรใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาที ก่อนที่จะข้ามไปยังคำถามถัดไป

 

แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียที่น่าสนใจในปี 2018

แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียที่น่าสนใจในปี 2018

การเติบโตทางเทคโนโลยีที่ก้าวไกลไปอย่างไม่หยุดยั้งเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้แนวโน้มเศรษฐกิจเอเซียในปี 2018 มีความเติบโตเพิ่มมากขึ้น จนส่งผลให้นักลงทุนทั้งหลายกล้ากลับมาลงทุนเพิ่มและทำให้ราคาหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปได้อีกในปี 2018

 

สำหรับเศรษฐกิจทางแถบประเทศเอเชียนั้น หากมองภาพรวมแล้วยังถือว่าเป็นภาพรวมที่ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก นั่นเป็นผลมาจากอัตราความผันผวนของตลาดที่มีสูงมากและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้เกิดปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนในภาคพื้นเอเชียด้วยกันได้ และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เหล่านักลงทุนลงทุนอย่างระมัดระวังและไม่รีบร้อนลงทุนกับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือหุ้นที่มีความเสี่ยงทางด้านการลงทุนที่สูงเพราะอาจทำให้เกิดปัจจัยทางลบได้ และนอกจากการระมัดระวังการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงแล้ว นักลงทุนยังควรติดตามภาพรวมของตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเน้นการทำกำไรในระยะสั้นและลดความเสี่ยงจากการลงทุนให้ต่ำลงนั่นเอง

 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนในภาคพื้นเอเชียนั้น จะมีผลมาจากสาเหตุด้านต่าง ๆ ดังนี้

 

  • ทางด้านสภาพคล่อง ทางด้านสภาพคล่องของเศรษฐกิจทั่วโลกส่งผลกระทบเศรษฐกิจในภาคพื้นเอเชียในเรื่องการเพิ่มขึ้นลงของสภาพคล่อง และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในระยะหนึ่งก่อนที่อาจจะลดลงอีกครั้งในช่วงปี 2019

 

  • ทางด้านความเสี่ยงทางการเมือง ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยที่จะต้องเฝ้าระวังในเรื่องของความเสี่ยงทางเมือง แต่กระแสความเสี่ยงทางการเมืองในภาคพื้นเอเซียก็ล้วนมีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้เองจะเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลทั้งกับการลงทุนและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

 

  • นโยบายทางเศรษฐกิจของจีน หากจะพูดถึงอีกหนึ่งมหาอำนาจทางภาคพื้นเอเชียก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้มีการปรับเป้า GDP ลดลง รวมถึงการมีปรับเป้าดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจอื่นลดลงไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งเอเชียและเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกันด้วย

 

ทำความรู้จักกับ 3 ผู้นำอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดในโลก

 

อายุน้อย ไม่ใช่อุปสรรคต่อความเป็นผู้นำอีกต่อไป

ในช่วงปีที่ผ่านมาหลายคนอาจรู้สึกฮือฮาเมื่อได้ยินข่าวการเมืองต่างประเทศ ว่าด้วยการรับตำแหน่งผู้นำประเทศของนักการเมืองคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ แต่ถึงจะอายุน้อย ประวัติและความสามารถของพวกเขาเหล่านี้กลับน่าสนใจและยิ่งทำให้แต่ละรายกลายเป็นที่จับตามองในเวทีการเมืองโลก สวนกระแสกับการเมืองยุคเก่าที่เรามักจะพบแต่คนแก่มีอายุ เพราะฉะนั้นวันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับ 3 ผู้นำประเทศที่อายุน้อยและน่าจับตามองที่สุดในโลกกันดีกว่าครับ

  1. เซบาสเตียน คูร์ซ

เซบาสเตียน คูร์ซ คือหนึ่งในนักการเมืองอายุน้อยที่น่าจับตาที่สุดในปัจจุบัน ด้วยบุคลิกหน้าตาที่ดูภูมิฐานแต่เฉียบขาด ทำให้เขาเป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์น่าจดจำที่สุดคนหนึ่ง เซบาสเตียนเกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.1986 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมจีอาร์จี เออร์กลาส และเข้ารับราชการทหารในกองทัพออสเตรียเมื่อค.ศ.2004-2005 จากนั้นจึงได้เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวียนนา

สำหรับประวัติในวงการการเมือง เซบาสเตียนเริ่มเล่นการเมืองจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคเจวีพีในค.ศ.2003 เขาทำผลงานได้โดดเด่น เป้นที่ยอมรับทั้งจากสมาชิกพรรคและคนภายนอก จนกระทั่งได้คะแนนโหวตถึงร้อยละ 99 สำหรับการเลือกหัวหน้าพรรคในปีค.ศ.2009 จนกระทั่งวันที่ 29 กันยายน ค.ศ.2013 เซบาสเตียนได้รับการเลือกตั้งให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ประจำประเทศออสเตรีย ซึ่งผลโหวตจบลงที่คะแนนชนะอย่างท่วมท้นถึง 35,700 คะแนน ทำให้เขาได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น จนกระทั่งล่าสุดเซบาสเตียนได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรียที่ได้ชื่อว่าอายุน้อยที่สุด ด้วยการชนะคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งมากถึงร้อยละ 31 โดยเขาเข้ารับตำแหน่งในวัยเพียง 31 ปี

  1. เอ็มมานูเอล มาครง

มาครงกลายเป็นที่รู้จักของชาวไทยจากข่าวสุดฮือฮาในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งประเทศฝรั่งเศสในวัย 39 ปี นับเป็นผู้นำชาติฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนชาตินี้ มาครงเป็นคนหนุ่มไฟแรงในเวทีการเมือง ด้วยผลงานและการปฏิบัติหน้าที่อันโดดเด่นรวมถึงอุดมการณ์แรงกล้าทำให้เขากลายมาเป็นประธานาธิบดีในที่สุด

มาครงจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนชั้นสูงในแวดวงสังคมฝรั่งเศสชื่อโรงเรียนอ็องรีที่ 4 จากนั้นเขาได้เลือกเรียนปรัชญาที่มหาวิทยาลัยปารีส และศึกษาต่อที่สถาบันซีอองซ์-โป ซึ่งเป็นสถาบันการปกครองชั้นสูงของฝรั่งเศส มาครงเริ่มต้นเส้นทางสายการเมืองในปีค.ศ. 2012 เมื่อเขาได้การรับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ แต่เขาก็ได้ลาออกในปีค.ศ.2015 และตั้งตัวเป็นผู้สมัครอิสระเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส หลังจากหาเสียงและประกาศนโยบายต่างๆ ท่ามกลางแรงกดดัน เมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งในปีค.ศ.2016 มาครงก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศสในที่สุด ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของประธานาธิบดีอายุน้อยไฟแรงคนนี้

  1. จัสติน ทรูโด

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดเป็นอีกหนึ่งชื่อที่หลายคนอาจเคยได้ยิน เขาเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศแคนาดาที่เป็นที่จับตามองของแวดวงผู้นำของโลก ด้วยบุคลิกเรียบง่าย หน้าตาที่โดดเด่น และทัศนคติการทำงานไฟแรงตามประสาคนหนุ่มทำให้ทรูโดกลายเป็นนักการเมืองอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดไปอีกราย

ทรูโดเกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ในเมืองออตตาวา ประเทศแคนนาดา เมืองที่ได้ชื่อว่ามีสภาพแวดล้อมดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงการศึกษาที่มีคุณภาพดีเป็นอันดับหนึ่ง ทรูโดเรียนวิทยาลัยที่ที่สถาบันชองต์ เดอร์ เบรเบอร์ จากนั้นเขาจึงศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษจากมหาวิทยาลัยแม็กเกิลและได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย

เขาเริ่มต้นเส้นทางสายนักการเมืองในปีพ.ศ.2551 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีเงามาอย่างต่อเนื่อง และได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ. 2556 จนกระทั่งคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสหพันธรัฐปีพ.ศ.2558 ในที่สุด

การเมืองดี เศรษฐกิจคึกคัก

ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งจะเป็นไปในทิศทางใดนั้นขึ้นอยู่กับระบอบการปกครองของประเทศนั้นด้วยเพราะระบอบการปกครองส่งผลต่อกลไกการตลาด หลายคนอาจยังมองภาพไม่ชัดว่าระบอบการปกครองนั้นจะส่งผลกับเศรษฐกิจของชาติอย่างไรได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณอยู่ในประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบที่เรียกว่า “ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยม” โดยการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ได้คำนึงถึงกลไกของตลาดหรือความต้องการของผู้บริโภค เพราะการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์นั้นถูกปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ รัฐบาลถูกแต่งตั้งโดยพรรค ประชาชนไม่มีสิทธิมีเสียงในการเลือกตั้งรัฐบาลและสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นจะถูกกำหนดโดยรัฐบาลทำให้ประชาชนไม่มีแรงจูงใจในการประกอบธุรกิจ

Cr. Freepik.com

              สำหรับประเทศไทยนั้นการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจเป็นแบบผสมแต่ค่อนข้างไปทางทุนนิยม การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและราคาของสินค้าก็ถูกกำหนดโดยกลไกของตลาด ทำให้เมื่อสินค้าใดมีความต้องการมากก็จะผลิตออกมามากและมีราคาใกล้เคียงกันแต่หากมีสินค้าใดขาดตลาดก็จะทำให้สินค้าชนิดนั้นราคาสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้รัฐบาลจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ยกตัวอย่างเช่น โครงการจำนำข้าวที่ช่วยรับซื้อข้าวในราคาสูงเพื่อช่วยชาวนา เป็นต้น เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นรัฐบาลไทยมีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยออกนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่อยู่เป็นระยะ รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความสามารถทัดเทียมสากลด้วยการจัดโครงการส่งเสริมความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการอยู่เสมอ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ารัฐบาลมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

Cr. Freepik.com

              จะเห็นได้ว่าเมื่อใดที่เข้าสู่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งนโยบายที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคที่ลงสมัครเลือกตั้งจะได้รับความสนใจและนำมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางรวมถึงนำไปสู่การถกเถียงว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ซึ่งนโยบายเหล่านี้มีผลอย่างมากในการตัดสินใจเลือกผู้แทนเข้าไปบริหารประเทศเพราะถ้าเลือกรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน การเมืองดีเศรษฐกิจก็คึกคักไปด้วย ผู้ประกอบการรายใหญ่รายย่อยได้รับผลกำไรจากกิจการ พนักงานบริษัททั้งหลายก็ได้รับโบนัสกระเป๋าตุง

Cr. Ohm.go.th

              นอกจากนี้ปรัชญาทางด้านเศรษฐกิจ “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงตรัสไว้ “…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นอันพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด…” ได้ถูกนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยด้วยเพื่อมุ่งมั่นสู่การพัฒนาที่ สมดุล ยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันด้วย

8 อันดับนักการเมืองหน้าตาดีทั่วมุมโลก

รู้หรือไม่? ว่าโลกใบนี้มีนักการเมืองรูปหล่ออยู่มากมาย ใครจะไปคาดคิดว่าผู้ชายที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศจะมีหน้าตาที่หล่อเหลาและมีภาพลักษณ์ที่ดูเท่ ดูฮ็อตร้อนฉ่าทุกมุมมองได้ล่ะ เพราะงานของพวกเค้าน่าจะเป็นงานที่เคร่งเครียดทำให้ไม่มีเวลาดูแลตัวเองเท่าไหร่นักแถมนักการเมืองส่วนใหญ่มักจะมีอายุแล้วเสียด้วยสิ ไหน ๆ ดูหน่อยซิว่านักการเมืองรูปหล่อจากทั่วทุกมุมโลกที่สาว ๆ กรี๊ดกร๊าดมีใครกันบ้าง

  1. Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีของประเทศแคนาดา ชื่อของท่านอ่านว่า “ฌูสแตง ตรูโด ในภาษาฝรังเศสหรือ “จัสติน ทรูโด” ในภาษาอังกฤษ ปัจจุบันอายุ 46 ปีแต่ยังคงความหล่อเหลาดูอ่อนวัย นอกจากนี้ยังมีความเป็นผู้นำ เก่งกาจและเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ท่านได้รับเลือก แต่ถึงแม้ท่านนายกฯจะเป็นขวัญใจของสาว ๆ แคนาดาและสาว ๆ ทั่วโลก แต่ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะท่านนายกมีภรรยาแล้วและมีลูกด้วยกันถึง 3 คนจ้า
Cr. Gettyimages.com
  1. Bilawal Bhutto Zardari (Pakistan) คุณบินลาวัล บุตโต ซาร์ดารี่ นักการเมืองรูปหล่อคมเข้มคนนี้เป็นที่รู้จักในฐานะทายาทของอดีตนายกรัฐมนตรีเบนาเซียร์ บุตโต เขาจบจากมหาวิทยาลัย Oxford สาขาประวัติศาสตร์สมัยใหม่และปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค PPP ต่อจากแม่ของเขาที่โดนลอบสังสังหารระหว่างดำรงตำแหน่ง

Cr. dawn.com

  1. Wyatt Roy (Australia) คุณไวแอต รอย นักการเมืองที่เด็กที่สุดในประเทศออสเตรเลียที่ได้รับเลือกตั้งให้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐสภาในวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น ถึงแม้ท่านจะเกิดมาในครอบครัวชาวไร่แต่ก็มีทักษะการบริหารจัดการดูแลคนเป็นอย่างดีเพราะต้องช่วยพ่อแม่ดูแลคนงานมากกว่า 100 คนในไร่ หลังจากที่ได้ลงเรียนเรื่องการเมืองการบริหารและการค้าระหว่างประเทศและได้รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ๆ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้และได้ก้าวเข้ามาในแวดวงการเมือง

Cr. smh.com.au

  1. Nicolas Dufour (Canada) วุฒิสมาชิกแคนาดาที่ได้รับเลือกตั้งจากเขตการเลือกตั้งเมืองเรเพนทิกนี่เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในนักการเมืองตั้งแต่อายุน้อยด้วยวัยเพียง 21 ปี และแม้ในปัจจุบัน นิโคลัส ดูโฟ ไม่ได้มีบทบาทในฐานะนักการเมืองมากนักแต่ก็ยังคงได้รับเชิญในฐานะวิทยากรในการบรรยายอยู่เป็นประจำ

Cr. hebdorivenord.com

  1. Aaron Schock (USA) สส.ที่อายุน้อยที่สุดจากมลรัฐอิลลินอยส์ซึ่งมีอายุ 23 ปีในขณะนั้น คุณแอรอนมีแนวคิดเรื่องการลงทุนการทำธุรกิจตั้งแต่เด็กและเริ่มทำงานจริงจังตั้งแต่ 5 ขวบ ได้ตัดสินใจหันเหตัวเองเข้ามาสู่แวดวงการเมืองตั้งแต่ยังหนุ่ม ซึ่งคุณแอรอน ช็อค คงเป็นหนึ่งในนักการเมืองไม่กี่คนที่มีรูปร่างและมัดกล้ามที่สวยงามจนได้ ขึ้นปก Men’s Health และต้องขอบอกว่า มันดีจริง ๆ ค่ะคุณ

Cr. abcnews.go.com

  1. Sebastian Kurz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของประเทศออสเตรีย คุณเซบาสเตียน เคิร์ซ ปัจจุบันอายุ 31 ปี เป็นรัฐมนตรีที่มีรอยยิ้มบาดใจและหล่อเหมือนพระเอกหนังเลยทีเดียว ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการรัฐเพื่อการบูรณาการทางสังคม โดยกำหนดให้เด็กต้องเรียนรู้เพื่อพูดภาษาเยอรมันให้ได้ก่อนเข้าเรียนและยังก่อตั้งชั้นเรียนฟรีสำหรับผู้นำศาสนาอิสลามอีกด้วย แหม ทั้งหล่อทั้งเก่งเลยนะเนี่ย

Cr. theiranproject.com

  1. Tim Harris นักการเมืองหนุ่มใหญ่คนนี้อายุอานามใกล้จะ 50 แล้วแต่ยังคงความกระชากใจสาวน้อยสาวใหญ่ ทิม แฮริส สมาชิกพรรคแนวร่วมประชาธิปไตยของแอฟริกาใต้อีกหนึ่งหนุ่มนักการเมืองที่ได้รับการตอบรับอย่างล้มหลามในโลกโซเชี่ยลจากสาว ๆ

Cr. dailymaverick.co.za

  1. Gabriel Wikstrom รัฐมนตรีสาธารณสุขและกีฬาสุดฮ็อตของสวีเดน ปัจจุบันอายุ 31 ปี โดยคุณเกเบรียลเริ่มสนใจงานด้านการเมืองมาตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนและเข้าสู่แวดวงการเมืองเต็มตัวในปี 2011 เป็นนักการเมืองรูปหล่ออีกท่านที่ดูแลตัวเอง จัดแต่งทรงผมและเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายได้เป๊ะมาก ๆ ค่ะ

Cr. swedenabroad.com

นักการเมืองหนุ่มรูปหล่อเรานี้ก็เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของผู้ชายที่ทั้งเก่ง เป็นผู้นำแล้วยังรู้จักดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ก็แบบเนี้ย สาวน้อยสาวใหญ่ที่ไหนเจอก็เป็นต้องหวั่นไหวใช่มั้ยล่ะ