ปัญหาราคายาง ณ ปัจจุบัน

พืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจการส่งออกของประเทศไทยนอกจากข้าวและน้ำตาลอีกหนึ่งพืชทางเศรษฐกิจนั้นก็คือยางพารา โดยในปัจจุบันนี้ประเทศไทยประสบปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำและมีแนวโน้มปรับตัวลดลงส่วนหนึ่งเนื่องมาจากปัจจัยรอบด้านของสภาพความต้องการและปริมาณยางพาราในระบบตลาดที่มีการผลิตออกมาไม่สอดคล้องกัน ส่งผลทำให้เป็นปัญหาที่เรื้อรังในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้สำเร็จ

 

ปัญหาราคายาง

ปัญหาราคายางพารา ณ ปัจจุบันนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบปัญหานั่นก็คือปริมาณผลผลิตและความต้องการใช้ยางพาราไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปัจจุบันมีผู้ผลิตยางพาราอยู่ 3 ประเทศหลักๆก็คือประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่มีการผลิตน้ำยางพาราออกมาสู่ตลาดมากกว่าความต้องการยังไม่นับรวมทั้งผู้ผลิตยางพารารายใหม่นั่นก็คือประเทศกัมพูชาและเวียดนามที่มีผลผลิตออกมาสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นการสวนทางกับความต้องการใช้ยางพารา เป็นปัจจัยทำให้ราคายางพาราตกต่ำ อีกส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะผู้ใช้ยางพารารายใหญ่นั่นคือประเทศจีน สหรัฐ และประเทศญี่ปุ่นได้เกิดการชะลอการสั่งซื้อ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางการเมืองภายในประเทศจึงเกิดการชะลอการสั่งซื้อซึ่งกระทบต่อผู้ผลิตโดยตรง หากเราติดตามข่าวจะพบว่าทางตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกากำลังเกิดสงครามและมีการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย โดยล่าสุดมีการยิงขีปนาวุธเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม เหตุการณ์นี้ส่งผลทำให้ทั่วโลกต่างกังวลโดยมีการจับตาสถานการณ์นี้อย่างเป็นพิเศษ ในหลายครั้งมีความพยายามที่จะรวมตัวกันของผู้ผลิตยางพาราเพื่อควบคุมผลผลิตให้ออกมาเพียงพอกับตลาดและความต้องการ เช่นเดียวกันกับผู้ผลิตน้ำมันที่รวมตัวการกำหนดโควต้าการผลิตเพื่อให้น้ำมันที่ผลิตออกมาไม่เกิดภาวะล้นตลาดส่งผลทำให้ราคาน้ำมันสามารถเป็นไปในทิศทางที่ต้องการได้แตกต่างจากราคายางพารา ที่ยังคงสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและการผลิตในขณะนี้ ซึ่งปัญหาในส่วนนี้มีทิศทางและแนวทางแก้ไขที่ต้องใช้เวลาแต่เราสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการนำยางพาราและผลผลิตที่ได้นำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเช่นนำมาผลิตหมอนยางพารา ที่นอนยางพาราหรือแม้แต่เครื่องใช้ที่ทำจากยางพาราโดยต้องศึกษาคุณสมบัติพิเศษของยางพาราว่ามีความโดดเด่นทางด้านไหนและดึงคุณสมบัติเหล่านั้นเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกร

ปัญหาราคายางตกต่ำเป็นปัญหาที่เกษตรกรมักพบอยู่สม่ำเสมอสิ่งหนึ่งเราไม่ควรคาดหวังต่อการแก้ไขจากภาครัฐเนื่องจากปัจจัยในประเทศเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากแต่ปัจจัยนอกภายนอกประเทศเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยากยิ่งกว่าเพราะฉะนั้นเราควรทำการแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเองในเบื้องต้นเช่นการเพิ่มมูลค่าสินค้าตามที่ได้กล่าวมา เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถแก้ปัญหายางพาราตกต่ำได้เบื้องต้นด้วยตัวคุณเอง

สัตว์ป่าสงวนในประเทศไทย

ในประเทศไทยยังคงมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติส่วนหนึ่งมาจากการประกาศเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า โดยการพื้นที่เหล่านี้ไม่ให้ชาวบ้านหรือประชาชนทั่วไปเข้าไปยังพื้นที่เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ป่าแต่ข่าวสะเทือนขวัญล่าสุดที่ทำให้เสือดำต้องตายซึ่งเป็นสัตว์หายากในขนาดนี้จึงเกิดความตระหนักต่อการรักษาธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งประชาชนเริ่มค้นหาพันธุ์สัตว์ป่าหายากและสัตว์สงวนในประเทศไทยเพื่อเป็นความรู้และช่วยกันอนุรักษ์สัตว์เหล่านี้

 

black panther

ในอดีตที่ผ่านมามีการล่าสัตว์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองทำให้สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยและจากบนโลกใบนี้หนึ่งในนั้นคือ สมันได้รับการขนานนามว่าเป็นกวางที่มีเขาสวยงามที่สุดในโลก พบที่ประเทศไทยแห่งเดียว และด้วยเหตุการณ์นี้จึงทำให้ในปีพ.ศ.2503 ทางภาครัฐได้ผลักดันกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับแรกของประเทศไทยนั่นก็คือพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2503 ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ได้ให้รายละเอียดของสัตว์ป่าหายากหรือสัตว์ป่าสงวนโดยเบื้องต้นมีการกำหนดสัตว์จำนวน 9 ชนิดได้แก่ 1กระซู่ 2แรด 3กรูปรีหรือโคไพร 4ควายป่า 5ละมั่งหรือละอง 6เนื้อสมันหรือสมัน 7เนื้อทรายหรือทราย 8กูรำหรือเลียงผา 9กวางผา และต่อมาได้เพิ่มจำนวนสัตว์ป่าสงวนที่มีแนวโน้มสูญพันธุ์เพิ่มขึ้นมาอีกเช่นนกกระเรียน แมวลายหินอ่อน สมเสร็จ เก้งหม้อ พะยูนเป็นต้น พร้อมกันนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามขยายพันธุ์สัตว์ป่าและเพิ่มจำนวนประชากรของสัตว์เหล่านี้ให้มีมากขึ้นด้วยความพยายามของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่ออนุรักษ์ให้สัตว์หายากเหล่านี้ให้คงอยู่ในพื้นแผ่นดินไทยต่อไป และล่าสุดในปีพ.ศ. 2558 ได้เกิดการรณรงค์เพิ่มจำนวนสัตว์สงวนอีก 4 ชนิดที่มีแนวโน้มสูญพันธ์โดยได้รับความเห็นชอบจากมติคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าซึ่งรอการประกาศใช้อย่างเป็นทางการนั่นก็คือ 1 วาฬบรูด้า 2 วาฬโอมูระ 3 ฉลามวาฬ 4 เต่ามะเฟือง ซึ่งสัตว์ทั้ง 4 ชนิดมีโอกาสสูญพันธุ์จากโลกนี้ สำหรับเต่ามะเฟืองนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยขนาดโตเต็มวัยของเต่ามะเฟืองจะมีขนาดที่ 2 เมตรเอกลักษณ์ของเต่าอยู่ตรงที่กระดองมีลักษณะคล้ายมะเฟืองโดยเต่าชนิดนี้ไม่สามารถหดหัวเข้ากระดองได้ และกระดองของมันมีความยืดหยุ่นเหมือนยางไม่ได้แข็งแรงเหมือนกระดองเต่าชนิดอื่นปัจจุบันจำนวนของเต่ามะเฟืองลดลงอย่างรวดเร็วโดยเหตุผลหลักที่ทำให้ลดจำนวนลงนั่นคือขยะในท้องทะเลโดยเฉพาะถุงพลาสติกซึ่งเต่ามะเฟืองเข้าใจว่าเป็นแมงกะพรุนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สัตว์ชนิดนี้ใกล้สูญพันธุ์

การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและสัตว์หายากเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนเพื่อให้สัตว์เหล่านี้ได้อยู่คู่กับประเทศไทยต่อไปและเปิดโอกาสให้ลูกหลานได้สัมผัสกับความน่ารักและคงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศสืบต่อไป  

นโยบายเศรษกิจของรัฐบาลไทยในปี 2561

นโยบายเศรษกิจของรัฐบาลไทยในปี 2561

เรียกได้ว่ากำลังไปได้สวยเลยสำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2561 ที่อยู่ในสถานการณ์สดใส โดยมีการคาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตสูงถึง 4% เลยทีเดียว เป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ จากไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว โดยนักวิเคราะห์ได้มีเผยว่าค่าเงินบาทของไทยจะแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ส่งออกสินค้าจะต้องเร่งทำการปรับตัว พร้อมพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมสู่การแข่งขันที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางรัฐบาลได้เผยว่า GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจะอยู่ที่ 3.8% และนี่จะเป็นปีที่ดีที่สุดของรัฐบาลนี้ในด้านเศรษฐกิจเลยทีเดียว

 

ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังหรือ สศค. ได้ออกมาแถลงคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจในปี 2561 ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจะขายตัวอยู่ที่ 3.8% ถึง 4.1% เป็นอีกหนึ่งปีที่เรียกได้ว่าจะสดใสและเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ โดยทางรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษณ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้เผยว่าในปี 2561 นี้ทางรัฐบาลจะได้เก็บเกี่ยวในสิ่งที่รัฐบาลได้ลงทุนในโครงการต่างๆเมื่อปีที่ผ่านๆมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการพร้อมเพย์ โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดการภายในกลางปี 2561 เป็นการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอลอย่างเต็ม

 

นอกจากนี้คีย์แมนคนสำคัญของทีมเศรษฐกิจอย่าง ดร.สมคิดว่าคาดการณ์ว่าปีนี้จะเป็นปีทองของประเทศไทยและประเทศต่างๆในทวีปเอเชียอย่างแน่นอน อีกทั้งยังไฮท์ไลท์การลงทุนสำคัญอย่างโครงการรถไฟทางคู่หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)  โครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่จะมีการเร่งเครื่องและควบคุมให้เร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทางรัฐบาลจะต้องมีการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเงินเฟ้อในปี 2561 ทางกระทรวงพาณิชย์ได้คาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคจะอยู่ที่ 0.6 – 1.%

นโยบายเศรษกิจของรัฐบาลไทยในปี 2561

โดยรัฐบาลได้เผยเพิ่มเติมอีกว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดที่ต่ำสุดมาแล้วจากปีก่อนๆ ซึ่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ทางภาครัฐก็จะเร่งเครื่องในการผลักดันนโยบายอย่างเร่งด่วน ซึ่งในปีนี้ทางรัฐบาลจะเน้นให้สอดคล้องกับขายการท่องเที่ยวเมืองรอง ขายเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมทั้งเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ถนน การขนส่งมวลชน การสื่อสาร และเทคโนโลยีต่างๆ เป็นต้น

 

และที่สำคัญก็คือธุรกิจด้านการส่งออกที่จะต้องเร่งกระตุ้นและพัฒนาโดยด่วนเนื่องจากปัจจัยส่งออกภายนอกประเทศจะเข้ามีผลสำคัญในการสร้างรายได้หลักนั่นเอง  ทั้งนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าในปี 2018 นี้เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตและรักษาสภาพ พร้อมทั้งการดำเนินการโครงการต่างๆของภาครัฐที่จะดำเนินไปได้สวยจนถึงสิ้นปีหรือไม่

แนวโน้มการเลือกตั้งในปี 2561

แนวโน้มการเลือกตั้งในปี 2561

เรียกได้ว่าอยู่ในสถานการณ์ที่น่าจับตามองอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับการเลือกตั้งในปี 2561 ที่ทางรัฐบาลกำลังเตรียมพร้อมด้านการร่างรัฐธรรมนูญ และมีผู้อยากเลือกตั้งออกมาเรียกร้องเป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงต้นปี และมีแนวโน้มที่จะขยายความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากต้องการที่จะได้รับการเลือกตั้งและก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตยในประเทศไทยโดยด่วน ส่งผลให้มีหลายฝ่ายเรียกร้องที่ให้ พล.อ. ประยุทธ์ จัทน์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งจัดการเลือกตั้งและคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชนโดยด่วน เนื่องจากประเทศไทยได้ห่างหายจากการเลือกตั้งแบบ “จริงจังและสมบูรณ์แบบ” มานานถึง 6 ปีด้วยกัน

 

ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าในปี 2561 นี้จะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยจะถูกเลื่อนไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีผู้คนออกมาต่อต้านกันเป็นจำนวนมาก แต่นี่ก็ถือว่าเป็นทิศทางที่ดี เพราะตอนนี้ทางรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการเปิดให้กลุ่มบุคคลเข้ายื่นคำขอเพื่อจดแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อเดือนมีนาคม ส่งผลให้มีการตื่นตัวและมีผู้เข้าร่วมสมัครกันอย่างมากสำหรับการปลดล็อคให้มีการจัดประชมพรรคการเมือง เพื่อที่จะทำกิจกรรมด้านการเมืองต่างๆนั่นเอง และจะมีการเปิดสำรวจรายชื่อพรรคการเมืองเก่าในเดือนเมษายน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อที่ก้าวเข้าสู่การเลือกตั้ง 2562 ต่อไป

แนวโน้มการเลือกตั้งในปี 2561

ทั้งนี้ในส่วนของวันเลือกตั้งที่แน่ชัดนั้นไม่ได้แจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจน ยังไม่มีการวางโครงสร้างการเมืองใหม่ และกฏกติกาที่แน่ชัดมากนัก  ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ได้เผยว่าการเลือกตั้งปี 2562 วันเวลานั้นจะอยู่ในช่วง 150 วัน ซึ่งจะต้องดูสถานการณ์ภายในประเทศด้วย ว่าอยู่ในความสงบเรียบร้อยและพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มตัวอีกครั้งหรือไม่

 

ซึ่งถึงแม้ว่าวันเลือกตั้งและแผนการด้านการเลือกตั้งจะไม่มีการกำหนดขึ้นนั้น ก็ได้มีพรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ได้แสดงถึงจุดยืนด้านการเมือง มีการออกมาแสดงความคิดเห็น ทั้งในด้านการตั้งมั่นว่าจะทวงคืนประชาธิปไตย หรือแสดงเจตนารมณ์เพื่อที่จะช่วยสืบทอดอำนวจและความตั้งใจของท่านนายกัฐมนตรีในปัจจุบัน

 

อย่างไรก็ตามก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าเมืองไทยในเวลานี้จะได้เลือกตั้งในปี 2562 แน่ชัดหรือไม่ ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทางรัฐบาลจะมีการแจ้งรายละเอียดและโครงสร้างต่างๆที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็ต้องมีการควบคุมและพูดคุยเกี่ยวกับแกนนำที่กำลังมีการประท้วง ชุมนุมกันอย่างต่อเนื่องและลุกลามความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆด้วยว่า ทางรัฐบาลจะจัดการปัญหาเกี่ยวกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อย่างไร

รูปแบบและรายละเอียดข้อสอบ ielts

รูปแบบและรายละเอียดข้อสอบ ielts

การสอบไอเอล แบบทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษระดับสากลที่ได้รับการยอมรับกว่า สถาบันและองค์กรต่างๆกว่า 10,000 แห่งทั่วโลก เป็นการสอบและเรียนไอเอลเพื่อใช้สำหรับศึกษาและทำงานในสถาบันต่างๆที่มีการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก โดยรูปแบบของการสอบ ielts จะครอบคลุมความสามารถและทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด โดยรายละเอียดการสอบทั้ง 4 ทักษะจะแบ่งออกเป็นดังไปนี้

 

การสอบ ielts

1.ทักษะด้านการฟัง (Listening)

เป็นการสอบไอเอลที่ผู้สอบจะต้องฟังเนื้อหาจากเครื่องเล่นเสียงที่ ที่จะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวบทสนทนา เรื่องทั่วไป เรื่องที่เกี่ยวกับการเรียน การทำงาน โดยข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ทั้งหมด 40 ข้อ มีระยะเวลาในการสอบ 30 นาที ซึ่งจะมีการให้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะมีเวลาในการทำข้อสอบ อ่านคำถามและเขียนคำตอบลงไป และมีเวลาเพิ่มอีก 10 นาทีในช่วงท้ายสำหรับการคัดลอกคำตอบจากสมุดข้อสอบและตรวจสอบความถูกต้อง

 

2.ทักษะด้านการอ่าน (Reading)

การสอบ ielts ด้านการอ่านที่จะเนื้อเรื่องมาให้อ่านทั้งหมด 3 บทความ แบ่งเป็น 3 ส่วนพร้อมกับคำถามต่างๆ โดยเนื้อหาของบทความจะเป็นเรื่องทั่วๆไปจากหนังสือพิมพ์ หนังสือเรียนและนิตยสารต่างๆ มีระยะเวลาในการสอบทั้งหมด  60 นาที ข้อสอบทั้งหมด 40 ข้อ เพราะฉะนั้นผู้สอบจะต้องแบ่งเวลาในการสอบแต่ละข้อให้ดีๆ

 

3.ทักษะด้านการเขียน (Writing)

การสอบไอเอลด้านการเขียน ใช้เวลาในการสอบ 60 นาที โดยจะมีโจทย์ทั้งหมด 2 ข้อ ในข้อแรกนั้นจะต้องเรียนเป็นเชิงอธิบายข้อมูล การเปรียบเทียบของข้อมูลต่างๆ ที่ได้ให้มาในรูปแบบของแผนผัง ตาราง  จะต้องเขียนให้ได้อย่างน้อย 150 คำ ส่วนข้อ 2 จะเป็นการเขียนรายงานหรือแนวเรียงความวิชาการ ในเชิงการแสดงความคิดเห็น การวิเคราะห์แก้ไขปัญหา อย่างน้อย 250 คำ

 

4.ทักษะด้านการพูด (Speaking)

การสอบ ielts ด้านการพูดนั้นจะแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ส่วน ในระยะเวลาในการสอบทั้งหมด 12 – 15นาที โดยในส่วนแรกจะเป็นการพูดคุยถึงเรื่องทั่วไป ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน งานอดิเรก อาหารการกิน ในส่วนที่ 2 นั้นทางกรรมการจะมีหนังสือให้อ่านและให้เตรียมตัว 1 นาที และจะมีบัตรคำถามมาให้เราพูดอธิบายคนเดียวประมาณ 2 – 3 นาที และการสอบส่วนที่ 3 จะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อในส่วนที่ 2 กับกรรมการที่เราสามารถโต้แย้งและแสดงความคิดเห็นออกมาได้

 

และนี่ก็เป็นข้อควรรู้และรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับข้อสอบ Ielts (www.ielts.idp.co.th)  ที่จะเป็นแนวทางในการเรียนไอเอลและเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้สอบจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในการทดสอบไอเอลแต่ละด้าน เนื่องจากเป็นการสอบต่อเนื่องและติดต่อกันภายในวันเดียว อีกทั้งยังมีระยะเวลาที่จำกัดอีกด้วย

การเมืองประเทศไทย ในปี 2018

การเมืองประเทศไทย ในปี 2018

เรียกว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและถูกจับตาจากคนในประเทศไทยอยู่เสมอเลยทีเดียวสำหรับเรื่องการเมือง เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งจากหลายๆปีที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยได้มีวิกฤติทางการเมืองเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ละครั้งก็จะมีความรุนแรงและการโต้ตอบที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลให้เรื่องการเมืองไทยประเทศไทยเต็มไปด้วยความตึงเครียดระยะยาว ทั้งจากรัฐบาลและในหลายๆฝ่ายรวมไปถึงประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นเพื่อสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆอยู่เสมอ เราควรติดตามข่าวสารและเรื่องราวการเมืองอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้การเมืองประเทศไทยในปี 2018 จะเป็นอย่างไร มีแนวโน้มและจะไปไหนทิศทางใด เราไปทำความเข้าใจและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการเมืองไทยในปัจจุบันกัน

การเมืองไทยในปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้การเมืองไทยอยู่ในระบอบเผด็จการทหารทางพฤตินัย ตามสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติและพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นผู้ใช้อำนาจบริหารและดำรงหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ทำการออกประกาศให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาบางประเภท  และในกรณีที่มีการฝ่าฝือคำสั่ง คสช. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว กล่าวง่ายๆก็คือในปัจจุบันนี้ประเทศไทยได้ถูกปกครองด้วยระบบเผด็จการทางทหาร ที่ได้เข้ามารักษาความสงบในประเทศ หลังจากที่ได้ทำการรัฐประหาร ในปี 2557

การจำกัดสิทธิทางการเมือง

ในปัจจุบันนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองต่างๆดำเนินกิจกรรมหรือการประชุมใดๆทางการเมืองตามกฎอัยการศึก รวมไปถึงกิจกรรมทางการเมืองของประชาชนก็ถือเป็นสิ่งต้องห้ามเช่นเดียวกัน โดยมีการออกผลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557  ตั้งแต่หลังรัฐประหาร จึงทำให้การเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องพรรคการเมืองต่างๆในประเทศในการเลือกตั้งได้ถูกจำกัด รวมไปถึงระยะเวลาในการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ใช้ระยะเวลานานพอสมควรแล้ว จึงทำให้ทุกฝ่ายเร่งรัดให้เกิดการคืนอำนาจประชาธิปไตยสู่ประชาชน และจัดตั้งการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลครั้งใหม่

การเมืองประเทศไทย ในปี 2018 2

 ปีแห่งการเลือกตั้ง

หลังจากที่ได้เลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วทั้งหมด  4 ครั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อทำการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยในตอนนี้การร่างรัฐธรรมนูญก็ใกล้สำเร็จแล้ว เรียกได้ว่ามีความพร้อมที่จะคืนอำนาจอธิปไจยสู่ประชาชน ด้วยการกำหนดให้มีการเลือกตั้ง พร้อมยกเลิกคำสั่งด้านสิทธิทางการเมืองต่างๆ ที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากตามหลักประชาธิปไตยและสามารถที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างอิสระเสรี ภายใต้กรอบของการปกครองระบอบประชาธิปไตย

เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ตอนนี้หลายฝ่ายต่างเรียกร้องและกดดัน จนทำให้มีการชุมนุมในระดับเล็กๆเพื่อเรียกร้องการคืนอำนาจประชาธิปไตยจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

สิ่งสำคัญมากที่สุดสำหรับตอนนี้ก็คือการยกเลิกคำสั่งทำกิจกรรมทางการเมือง ที่จะมีทั้งพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองที่กำลังจะตั้งขึ้นใหม่ รวมไปถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่จะเตรียมความพร้อมและทำกิจกรรมต่างๆกับพรรคการเมือง รวมไปถึงการปรึกษาหารือเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ การเตรียมตัวรับสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ก็คือการสร้างภาพลักษณ์ด้านประชาธิปไตยให้ออกสู่ประชาชนโลกในเร็ววันนั่นเอง

การเมืองไทยกับโซเชียลมีเดีย

ถึงแม้ว่าจะอยู่ภายใต้การปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าในสื่อโซเชียลมีเดียวหรือสังคมออนไลน์มีการพูดคุยถึงเรื่องการเมืองเป็นอย่างมาก ทั้งในกลุ่มนักศึกษา วัยรุ่น คนทำงาน หรือบุคคลทั่วไปต่างๆ ที่เรียกได้ว่าให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเมืองและหยิบมาพูดถึงเสมอ ทั้งในแง่ลบหรือด้านบวก ไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook,Twitter,Line และอื่นๆอีกมากมาย โดยจะเน้นเป็นการแสดงความคิดเห็นในแง่มุมของตนเอง ความเป็นจริงแต่ทั้งนี้ก็ยังอยู่ในการควบคุมและดูแลของทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่จะไม่ค่อยมีโต้ตอบที่รุนแรง หรือถ้อยคำที่ทำให้เกิดการทะเลาะสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าในปี 2561 นี้คนไทยจะหันมาสนใจและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองมากยิ่งขึ้นผ่านทางสังคมออนไลน์

การเมืองไทยกับสื่อ

ด้วยเนื่องจากปัจจุบันนี้โลกแห่งการสื่อสารได้มีการพัฒนาออกมาหลายรูปแบบ สิ่งที่เราจะได้เห็นจากสื่อมวลชนหรือการเสนอข่าวจึงเป็นเรื่องที่สะดวก รวดเร็ว และอัพเดทอยู่เสมอ จึงทำให้ประชาชนได้รู้ถึงเรื่องราว บทสัมภาษณ์ ความคิดเห็นและกิจกรรมต่างๆของทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จากสื่อ ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่เป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก จะเห็นได้ว่าข่าวที่มีเกี่ยวกับการเมืองไทยจะถูกนำมาพูดต่อและมีผู้เข้าชมหรืออ่านกันเป็นจำนวนมากทั้งทางออนไลน์หรือหนังสือพิมพ์ รวมไปถึงนิตรสารต่างๆ

เรียกได้ว่าในปี 2561 นี้เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ที่ก็ต้องรอลุ้นกันอีกทีว่า จะมีการเลื่อนการเลือกตั้งอีกหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดในปัจจุบันนี้ก็คือ ถึงแม้ว่าแต่ละฝ่ายจะมีการพูดคุย การแสดงความคิดเห็น หรือออกมาชุมนุมสักเท่าไหร่ รวมไปถึงมีการจำกัดด้านสิทธิพรรคการเมือง รวมไปถึงคะแนนความนิยมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ลดน้อยลง แต่ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในความสงบและไม่ได้รุนแรงมากนัก

 

เศรษฐกิจโลก 2018

เศรษฐกิจโลก 2018

การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกอยู่เสมอนั้นจะช่วยทำให้เราสามารถเรียนรู้และวางแผนในการใช้ชีวิต การทำธุรกิจและการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดนปี 2018 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่ดีมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงการลงทุนในหุ้นด้วย ซึ่งถึงแม้จะไม่มากนักแต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ดังนั้นเราไปดูกันเถอะว่าเศรษฐกิจโลกปี 2018 เป็นอย่างไร มีอะไรที่กำลังไปได้ด้วยดีและอะไรที่ควรระวัง

1.การค้าโลกสดใส

ประเทศจีนมีส่วนทั้งในทางตรงและทางอ้อมของการเจริญเติบโตทางการค้าของโลกในช่วงปี 2016  จนถึงต้นปี 2017 ราวๆ 70 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีสัญญาณว่าภูมิภาคต่างๆและในหลายประเทศนั่นมีสัดส่วนในการสนับสนุนการเติบโตทางการค้าโลกที่สูงนี้ ในปีนี้ตลาดการส่งออกของประเทศเยอรมนีไปยังประเทศที่มีการใช้เงินสกุลยูโร รวมไปถึงประเทศยุโรปอื่นๆทจะสูงขึ้น ส่วนด้านการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ในแถบเอเชียจะมีอัตราที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรกของ 2018 โดยสิ่งนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าถึงแม้ประเทศจีนจะมีการเติบโตด้านเศรษฐกิจและการนำเข้าที่มีอัตราลดลง แต่นั่นก็ไม่ส่งผลให้ตลาดการค้าโลกชะงักหรือชะลอตัวมากนัก โดยได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในปี การค้าโลกจะเติบโตในปีหน้าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4.4 เปอร์เซ็นต์ โดยจะลดลงจากปีนี้ 5 เปอร์เซ็นต์

 เศรษฐกิจโลก 2018 2

2.อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

ถึงแม้ว่าตามปกติแล้ว อัตราการขยายตัวของเงินเฟ้อจะขึ้นอยู่เศรษฐกิจโลก แต่ในปี 2018 แนวโน้มของการอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบคือ ค่าจ้างที่ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นสูงมากนัก ถึงแม้ว่าอัตราการจ้างงาน ค่าจ้างในหลายๆประเทศจะเพิ่มขึ้นสูงระดับก่อนวิกฤตการเงินแล้วก็ตาม แต่สัดส่วนของคนทำงานที่มีสภาพการจ้างงานแบบไม่เต็มเวลา หรือชั่วคราวมีจำนวนเพิ่มขึ้นในขณะที่จำนวนชั่วโมงทำงานลดลง รวมไปถึงผลิตภาพที่อยู่นระดับต่ำ อันเป็นเหตุผลที่ทำให้การขยายตัวของค่าจ้างลดลง มีการตัดลงค่าใช้จ่ายต่างๆในหลายประเทศทั่วยุโรป จึงส่งผลให้เกิดการขยายตัวของค่าจ้างจากภาครัฐ ที่อยู่ในระดับต่ำ

เพราะฉะนั้นทางธนาคารกลางของแต่ละประเทศ จึงได้มีลดหย่อนความเข้มงวดขอนโยบายด้านการเงิน พร้อมทั้งระวังถึงเรื่องการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะต้องกันไม่ให้เกิดอัตราอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นมากและอย่างต่อเนื่อง

 

เศรษฐกิจโลก 2018 3

3.ประเทศตลาดเกิดใหม่ไปได้สวย

สำหรับในปีนี้ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังคงมีเศรษฐกิจที่สดใสและคึกคักมายิ่งขึ้น จะได้รับผลดีจากการค้าและตลาดโลก ที่กำลังฟื้นตัวและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็มีการอ่อนค่าลง อีกทั้งยังอัตราผลตอบแทนทางพันธบัตรของรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ในระดับที่ต่ำ  เพราะปัจจัยที่เป็นไปแนวโน้มที่ดีของสิ่งเหล่านี้จึงทำให้ตลาดเกิดใหม่มีความสดใส แต่ทั้งนี้ก็จะเกิดขอบเขตในการลงทุนด้านการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์รวมไปถึงสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆที่เชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น และนี่เองทำให้เกิดผลดีต่อราคาสินค้าและการอัตราการเติบโตของการตลาดโลกในวงกว้างด้วย

เรียกได้ว่า  เศรษฐกิจโลกในปี 2018 มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของแต่ละประเทศทั่วโลก ที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาหรือพัฒนาแล้วก็ตามจะกลับมาฟื้นตัวอย่างอย่างสดใสและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่านี่เป็นปรากฏการณ์ที่ดีหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

โดนทางประเทศสหรัฐอเมริการ ได้มีการพบว่าการจ้างงานจะมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายของแต่ละประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยหนุนให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวอีกด้วย แต่ทั้งนี้ภาวะเงินเฟ้อก็ยังคงขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆ แต่ก็อยู่ในระดับ สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งเลยก็คื “Tax Reform” หรือ “มาตรการการลดภาษี” พร้อมทั้งพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยของทางธนาคารกลางในต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางแถบยุโรปนั้น ได้มีการคาดการณ์ว่าตลาดจะเริ่มปรับโครงการและขยายตัวทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นกว่าปี 2017 ส่งผลให้ ECB เตรียมยุติมาตรการ QE ในปีนี้ หลังจากที่มีเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ส่วนของทางประเทศจีนก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าแรงหนุนในการส่งเศรษฐกิจจะเริ่มชะลอตัวลงโดยอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น โดยการชะลอตัวนี้เป็นการเน้นความเสถียรภาพทางด้านการค้า เศรษฐกิจและการขยายตัวของเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นหนักพร้อมทั้งลดอัตราการผลิตที่ล้นเกินไปเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ส่วนเศรฐกิจของเอเชียจะมีการขยายที่ดีมากยิ่งขึ้นจากการที่เศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวที่ดีมากในครึ่งปีแรกของ 2018 โดยทางพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศจีนนั้นชี้ให้เห็นถึงทิศทางของการเงินและเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและคุณภาพ พร้อมทั้งมีพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

เรียกได้ว่าในปี 2018 นี้ เศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัวที่ดี ส่งผลให้ทิศทางเงินเฟ้อเริ่มกลับมาฟื้นตัว ธนาคารกลางเตรียมลดการกระตุ้นเศรษฐกิจลง และนี่จะส่งให้เกิดการผันผวนในตลาดการเงินเป็นระยะๆ ดังนี้ นักลงทุน นักธุรกิจจะต้องมีคอยติดตามพร้อมทั้งวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดและใกล้ชิด  เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีของการลงทุน

5 เทคนิคการตีโจทย์ทำข้อสอบ IELTS

  1. อ่านข้อสอบให้เร็ว ในการสอบ IELTS พยายยามอ่านและจับใจความสำคัญแต่ละบทและแต่ละย่อหน้า อย่าอ่านรายละเอียดทั้งหมดที่เป็นคำอธิบายเสริมไม่สนใจคำที่ไม่คุ้นเคยใด ๆ ในขั้นตอนนี้
  1. มองหาคำสำคัญ โดยเฉพาะคำบ่งบอกเหตุการณ์ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่อที่จะเดาเหตการณ์ เนื้อเรื่อง ได้รวดเร็วขึ้น ทำข้อสอบ IELTS ได้เร็วขึ้น

5 เทคนิคการตีโจทย์ทำข้อสอบ IELTS

  1. ดูคำบริบทโดยรวม มองหาความหมายที่คล้ายคลึงกัน สัมพันธ์กับคำถาม เพื่อที่จะเข้าถึงคำตอบได้รวดเร็ว ถูกต้อง
  1. เดาความหมาย คุณจะพบโมดูลการเรียนรู้ของการอ่านข้อสอบ IELTS ที่ง่ายขึ้นถ้าคุณรู้จักความหมายจากรากคำศัพท์ ทั้งคำที่มีความหมายเหมือน ความหมายตรงกันข้าม
  1. ใช้เวลาให้เหมาะสมกับคำถามแต่ละข้อ คำถามบางอย่างอาจเป็นเรื่องยากมากดังนั้นคุณควรให้ความสำคัญกับคำถามที่ง่ายที่สุดสำหรับคุณในการตอบ การทำข้อสอบ  IELTS  แต่ละข้อควรใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาที ก่อนที่จะข้ามไปยังคำถามถัดไป

 

แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียที่น่าสนใจในปี 2018

แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียที่น่าสนใจในปี 2018

การเติบโตทางเทคโนโลยีที่ก้าวไกลไปอย่างไม่หยุดยั้งเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้แนวโน้มเศรษฐกิจเอเซียในปี 2018 มีความเติบโตเพิ่มมากขึ้น จนส่งผลให้นักลงทุนทั้งหลายกล้ากลับมาลงทุนเพิ่มและทำให้ราคาหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปได้อีกในปี 2018

 

สำหรับเศรษฐกิจทางแถบประเทศเอเชียนั้น หากมองภาพรวมแล้วยังถือว่าเป็นภาพรวมที่ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก นั่นเป็นผลมาจากอัตราความผันผวนของตลาดที่มีสูงมากและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้เกิดปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนในภาคพื้นเอเชียด้วยกันได้ และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เหล่านักลงทุนลงทุนอย่างระมัดระวังและไม่รีบร้อนลงทุนกับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือหุ้นที่มีความเสี่ยงทางด้านการลงทุนที่สูงเพราะอาจทำให้เกิดปัจจัยทางลบได้ และนอกจากการระมัดระวังการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงแล้ว นักลงทุนยังควรติดตามภาพรวมของตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเน้นการทำกำไรในระยะสั้นและลดความเสี่ยงจากการลงทุนให้ต่ำลงนั่นเอง

 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนในภาคพื้นเอเชียนั้น จะมีผลมาจากสาเหตุด้านต่าง ๆ ดังนี้

 

  • ทางด้านสภาพคล่อง ทางด้านสภาพคล่องของเศรษฐกิจทั่วโลกส่งผลกระทบเศรษฐกิจในภาคพื้นเอเชียในเรื่องการเพิ่มขึ้นลงของสภาพคล่อง และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในระยะหนึ่งก่อนที่อาจจะลดลงอีกครั้งในช่วงปี 2019

 

  • ทางด้านความเสี่ยงทางการเมือง ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยที่จะต้องเฝ้าระวังในเรื่องของความเสี่ยงทางเมือง แต่กระแสความเสี่ยงทางการเมืองในภาคพื้นเอเซียก็ล้วนมีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้เองจะเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลทั้งกับการลงทุนและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

 

  • นโยบายทางเศรษฐกิจของจีน หากจะพูดถึงอีกหนึ่งมหาอำนาจทางภาคพื้นเอเชียก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้มีการปรับเป้า GDP ลดลง รวมถึงการมีปรับเป้าดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจอื่นลดลงไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งเอเชียและเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกันด้วย

 

ทำความรู้จักกับ 3 ผู้นำอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดในโลก

 

อายุน้อย ไม่ใช่อุปสรรคต่อความเป็นผู้นำอีกต่อไป

ในช่วงปีที่ผ่านมาหลายคนอาจรู้สึกฮือฮาเมื่อได้ยินข่าวการเมืองต่างประเทศ ว่าด้วยการรับตำแหน่งผู้นำประเทศของนักการเมืองคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ แต่ถึงจะอายุน้อย ประวัติและความสามารถของพวกเขาเหล่านี้กลับน่าสนใจและยิ่งทำให้แต่ละรายกลายเป็นที่จับตามองในเวทีการเมืองโลก สวนกระแสกับการเมืองยุคเก่าที่เรามักจะพบแต่คนแก่มีอายุ เพราะฉะนั้นวันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับ 3 ผู้นำประเทศที่อายุน้อยและน่าจับตามองที่สุดในโลกกันดีกว่าครับ

  1. เซบาสเตียน คูร์ซ

เซบาสเตียน คูร์ซ คือหนึ่งในนักการเมืองอายุน้อยที่น่าจับตาที่สุดในปัจจุบัน ด้วยบุคลิกหน้าตาที่ดูภูมิฐานแต่เฉียบขาด ทำให้เขาเป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์น่าจดจำที่สุดคนหนึ่ง เซบาสเตียนเกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.1986 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมจีอาร์จี เออร์กลาส และเข้ารับราชการทหารในกองทัพออสเตรียเมื่อค.ศ.2004-2005 จากนั้นจึงได้เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวียนนา

สำหรับประวัติในวงการการเมือง เซบาสเตียนเริ่มเล่นการเมืองจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคเจวีพีในค.ศ.2003 เขาทำผลงานได้โดดเด่น เป้นที่ยอมรับทั้งจากสมาชิกพรรคและคนภายนอก จนกระทั่งได้คะแนนโหวตถึงร้อยละ 99 สำหรับการเลือกหัวหน้าพรรคในปีค.ศ.2009 จนกระทั่งวันที่ 29 กันยายน ค.ศ.2013 เซบาสเตียนได้รับการเลือกตั้งให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ประจำประเทศออสเตรีย ซึ่งผลโหวตจบลงที่คะแนนชนะอย่างท่วมท้นถึง 35,700 คะแนน ทำให้เขาได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น จนกระทั่งล่าสุดเซบาสเตียนได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรียที่ได้ชื่อว่าอายุน้อยที่สุด ด้วยการชนะคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งมากถึงร้อยละ 31 โดยเขาเข้ารับตำแหน่งในวัยเพียง 31 ปี

  1. เอ็มมานูเอล มาครง

มาครงกลายเป็นที่รู้จักของชาวไทยจากข่าวสุดฮือฮาในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งประเทศฝรั่งเศสในวัย 39 ปี นับเป็นผู้นำชาติฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนชาตินี้ มาครงเป็นคนหนุ่มไฟแรงในเวทีการเมือง ด้วยผลงานและการปฏิบัติหน้าที่อันโดดเด่นรวมถึงอุดมการณ์แรงกล้าทำให้เขากลายมาเป็นประธานาธิบดีในที่สุด

มาครงจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนชั้นสูงในแวดวงสังคมฝรั่งเศสชื่อโรงเรียนอ็องรีที่ 4 จากนั้นเขาได้เลือกเรียนปรัชญาที่มหาวิทยาลัยปารีส และศึกษาต่อที่สถาบันซีอองซ์-โป ซึ่งเป็นสถาบันการปกครองชั้นสูงของฝรั่งเศส มาครงเริ่มต้นเส้นทางสายการเมืองในปีค.ศ. 2012 เมื่อเขาได้การรับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ แต่เขาก็ได้ลาออกในปีค.ศ.2015 และตั้งตัวเป็นผู้สมัครอิสระเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส หลังจากหาเสียงและประกาศนโยบายต่างๆ ท่ามกลางแรงกดดัน เมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งในปีค.ศ.2016 มาครงก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศสในที่สุด ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของประธานาธิบดีอายุน้อยไฟแรงคนนี้

  1. จัสติน ทรูโด

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดเป็นอีกหนึ่งชื่อที่หลายคนอาจเคยได้ยิน เขาเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศแคนาดาที่เป็นที่จับตามองของแวดวงผู้นำของโลก ด้วยบุคลิกเรียบง่าย หน้าตาที่โดดเด่น และทัศนคติการทำงานไฟแรงตามประสาคนหนุ่มทำให้ทรูโดกลายเป็นนักการเมืองอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดไปอีกราย

ทรูโดเกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ในเมืองออตตาวา ประเทศแคนนาดา เมืองที่ได้ชื่อว่ามีสภาพแวดล้อมดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงการศึกษาที่มีคุณภาพดีเป็นอันดับหนึ่ง ทรูโดเรียนวิทยาลัยที่ที่สถาบันชองต์ เดอร์ เบรเบอร์ จากนั้นเขาจึงศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษจากมหาวิทยาลัยแม็กเกิลและได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย

เขาเริ่มต้นเส้นทางสายนักการเมืองในปีพ.ศ.2551 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีเงามาอย่างต่อเนื่อง และได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ. 2556 จนกระทั่งคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสหพันธรัฐปีพ.ศ.2558 ในที่สุด